วิชาการ
ความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยา หนังสืออุตุนิยมวิทยา + เอกสารวิชาการ

FAQ
ความรู้อุตุนิยมวิทยา



ในเดือนตุลาคม ค.ศ.1987 ความเข้มข้นโอโซนเหนือทวีปแอนตาร์กติกต่ำกว่าระดับปกติ (ปี 1957-1978) กว่าครึ่งหนึ่งและ
รูรั่วโอโซนที่เกิดขึ้นมีบริเวณเทียบเท่ากับทวีปยุโรป จากนั้นมาแนวโน้มลดลงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยที่

ค่าโอโซนต่ำสุดที่ผ่านมาวัดได้ น้อยกว่า 100 หน่วย มิลลิบรรยากาศเซนติเมตร หรือ ลดลงร้อยละ 70 เป็นเวลาหลายวัน
รูรั่วโอโซนคิดเป็นพื้นที่ ถึง 24 ล้านตารางกิโลเมตร
โอโซนที่ลดลงตลอดฤดูใบไม้ผลิ มากกว่าร้อยละ 40 การสูญเสียโอโซนรุนแรงมากในชั้นสตราโตสเฟียร์ตอนล่าง ระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม เหนือทวีปแอนตาร์กติก ที่ความสูงระหว่าง 13-20 กิโลเมตร



โอโซนตามความสูงที่ สถานีไซโยวา(Syowa) ละติจูด 69 องศาใต้ ในเดือนตุลาคม 1992 แสดงให้เห็นการถูกทำลายโดยสมบูรณ์ในชั้นสตราโตสเฟียร์ เทียบกับค่าเฉลี่ยระหว่างปี 1957-1980



เมื่อชั้นบรรยากาศเย็นจัด และเปลี่ยนแปลงไปหลายเท่าของค่าที่วัดได้ในฤดูร้อน




การเปลี่ยนแปลงโอโซนตามฤดูกาลจากช่วงก่อนเกิดรูรั่วโอโซน (ปี 1957-1978)เหนือทวีปแอนตาร์กติก วัดจากสถานีในขั้วโลกใต้ (ฟาราเดย์ (Faraday) ไซโยวา (Syowa) และอ่าวฮัลเลย์ (Halley Bay)

 

รูรั่วโอโซนเกิดเฉพาะเหนือบริเวณทวีปแอนตาร์กติก เพราะว่ามีสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยให้เกิดปฏิกิริยา ทำลายโอโซนเนื่องจากแสงแดดในฤดูใบไม้ผลิ

ปี ค.ศ.1988 มีการตรวจเพิ่มขึ้นหลายชนิดในแถบขั้วโลกเหนือ เช่น จากเครื่องบิน บอลลูนและดาวเทียมทั้งจากภาคพื้นดิน ให้ผลว่าชั้นสตราโตสเฟียร์เหนือทวีปอาร์คติก ในฤดูหนาวถึงใบไม้ผลิมีสารเคมี เช่นคลอรีนและโบรมีน เป็นปริมาณสูงเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามทวีปอาร์กติกก็ไม่ได้รุนแรงเท่าทวีปแอนตาร์ก-ติก ด้วยเหตุผลคืออุณหภูมิบนสตราโตสเฟียร์ ไม่ค่อยต่ำกว่า - 80 องศา เซลเซียส เนื่องจากมีการแลกเปลี่ยนมวลอากาศ กับละติจูดกลางบ่อยกว่า และวงอากาศหมุนเวียนมักจะกระจายหายไป ในฤดูหนาวตอนปลายก่อนที่แสงอาทิตย์ จะเป็นเหตุให้เกิดการทำลายโอโซน

จากรายงานขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ปี ค.ศ. 1988 ได้ข้อเท็จจริงว่า

ระดับโอโซนลดลงหลายหลายเปอร์เซ็นต์ระหว่าง 17 ปีที่ผ่านมา ในระหว่างฤดูหนาวถึงใบไม้ผลิเหนือละติจูดกลางและ
ขั้วโลก
ขบวนการธรรมชาติไม่สามารถอธิบายสาเหตุ ที่ทำให้ทำให้โอโซนลดลงได้ทั้งหมด แต่สาเหตุที่เด่นชัดคือ สารประกอบฮาโลคาร์บอนที่สังเคราะห์ขึ้น

จากรายงานการประเมินโอโซนในปี ค.ศ. 1991 พบค่าโอโซนต่ำลงในฤดูร้อนด้วย และเมื่อผู้คนอยู่กลางแจ้ง จะได้รับแสงอัลตราไวโอเลตสูงสุดในฤดูร้อน เนื่องจากโอโซนสูญเสียไปในเวลาเดียวกันและในปีหลังๆ พบว่ามีปัญหาสุขภาพมากขึ้น

การลดลงของโอโซนอย่างต่อเนื่องทุกปีนับจากปี ค.ศ. 1970 ทั่วโลกยกเว้นเขตศูนย์สูตร ซึ่งได้จากการตรวจวัดโดยระบบตรวจวัดโอโซนทั่วโลก (GO3OS) รวมทั้งข้อมูลดาวเทียม แสดงให้เห็นว่าโอโซนลดลง เหนือละติจูดกลางและขั้วโลก ประมาณ ร้อยละ 10 (ได้พิจารณาความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติจากทั้งสองซีกโลกด้วยแล้ว) นับความรุนแรงในฤดูหนาวถึงใบไม้ผลิเป็นร้อยละ 6-7 ต่อ 10 ปี และเปลี่ยนไปประมาณร้อยละ 3-3.5 ในฤดูร้อนถึงใบไม้ร่วง การศึกษาอย่างละเอียดแสดงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนประมาณ ร้อยละ 1.5-2 ในช่วง ปี 1981-1991 (เทียบกับปี 1970-1980) การแสดงแนวโน้มเชิงตัวเลขเหนือละติจูดกลาง และซีกโลกเหนือทั้งหมดและซีกโลกใต้แสดงดังตาราง