เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา มอบหมายให้ ดร.ชลัมภ์ อุ่นอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมภูมิอากาศแห่งชาติ เข้าร่วมพิธีเปิดห้องปฏิบัติการร่วมไทย–จีนด้านการพยากรณ์และเตือนภัยอัจฉริยะสำหรับภัยพิบัติทางอุตุนิยมวิทยา (China–Thailand Joint Laboratory for Intelligent Prediction and Early Warning of Meteorological Disasters) ซึ่งจัดขึ้นภายในการประชุมด้านอุตุนิยมวิทยาภายใต้การประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ประจำปี 2569 (2026 World Artificial Intelligence Conference (WAIC) Meteorological Forum) ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน
ห้องปฏิบัติการร่วมนี้นับเป็นความร่วมมือทวิภาคีแห่งแรกของโลกที่มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในงานอุตุนิยมวิทยา เพื่อยกระดับการพยากรณ์อากาศและการเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับ ภัยพิบัติ อาทิ พายุ ฝนตกหนัก คลื่นความร้อน และภัยแล้ง ตลอดจนสนับสนุนการรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันปัญญาประดิษฐ์ด้านอุตุนิยมวิทยาแห่งเมืองสงอันแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Xiong'an Institute of Artificial Intelligence) และ ศูนย์นวัตกรรมภูมิอากาศแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา โดยมีผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 40 คน จากหลากหลายสาขา ร่วมดำเนินการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพยากรณ์และการเตือนภัยทางอุตุนิยมวิทยา
ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการดำเนินงานตาม แถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านและ การสร้างประชาคมจีน–ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน โดยทั้งสองประเทศให้ความสำคัญกับความร่วมมือในด้านปัญญาประดิษฐ์ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการป้องกัน เตรียมพร้อม และลดความเสี่ยง จากภัยพิบัติ และสอดคล้องกับบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตุนิยมวิทยาระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยาแห่งราชอาณาจักรไทยและกรมอุตุนิยมวิทยาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่จัดทำขึ้นเมื่อปี 2566
ในโอกาสนี้ ดร.ชลัมภ์ อุ่นอารีย์ ผู้อำนวยการร่วมฝ่ายไทย กล่าวว่า การประยุกต์ใช้ฐานข้อมูลอุตุนิยมวิทยาระดับโลกและแบบจำลอง AI ที่ได้รับการพัฒนาและปรับให้เหมาะสมกับประเทศไทย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการพยากรณ์และการเตือนภัยสำหรับภัยแล้ง ฝนตกหนัก และภัยพิบัติทางอุตุนิยมวิทยาอื่น ๆ ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติของประเทศไทยในระยะยาว